fbpx

ผู้ค้าไม่ได้ต้องการแค่พื้นที่ แต่ต้องการตลาดที่บริหารเป็นระบบ

ในมุมของเจ้าของตลาด หลายครั้งปัญหาที่เกิดขึ้นกับผู้ค้า มักถูกตีความว่าเป็นเรื่อง “การจ่ายค่าเช่า” หรือ “ความไม่ร่วมมือของผู้ค้า” แต่ในความเป็นจริง สิ่งที่ผู้ค้าต้องการอาจไม่ได้ซับซ้อนขนาดนั้น
ผู้ค้าไม่ได้ต้องการแค่พื้นที่ขายของ แต่ต้องการ ตลาดที่บริหารเป็นระบบ ชัดเจน และเป็นธรรม

เมื่อการบริหารยังพึ่งพาการจดมือ สมุด หรือไฟล์ Excel หลายชุด ปัญหาที่ตามมาไม่ได้กระทบแค่ทีมงานตลาด แต่ส่งผลโดยตรงต่อความเชื่อมั่นของผู้ค้าในระยะยาว

ผู้ค้าไม่ได้มีปัญหาเรื่องการจ่าย แต่ต้องการความชัดเจน

ผู้ค้าส่วนใหญ่เข้าใจต้นทุนของการเช่าพื้นที่ และพร้อมจ่ายค่าเช่าตามเงื่อนไข หากสิ่งที่ได้รับคือความชัดเจนและตรวจสอบได้
ปัญหามักเกิดขึ้นเมื่อผู้ค้าไม่สามารถตอบคำถามพื้นฐานได้ เช่น

  • ค่าเช่าที่จ่ายไป คิดจากอะไร
  • บิลรอบนี้ตรงกับที่ตกลงกันไว้หรือไม่
  • เงื่อนไขของตนเองเหมือนหรือแตกต่างจากร้านอื่นอย่างไร

เมื่อคำตอบเหล่านี้ไม่ชัด ผู้ค้าจะเริ่มรู้สึกไม่มั่นใจ แม้จะไม่ได้ตั้งใจปฏิเสธการจ่ายก็ตาม

บิลไม่ตรง กติกาไม่เหมือนกัน จุดเริ่มของความไม่ไว้ใจ

หนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดความตึงเครียดระหว่างตลาดกับผู้ค้า คือ
การที่ข้อมูลค่าเช่าและเงื่อนไขไม่เป็นมาตรฐานเดียวกัน

ตัวอย่างที่พบได้บ่อย เช่น

  • ร้านหนึ่งได้ส่วนลด แต่อีกร้านไม่รู้ว่าคิดจากอะไร
  • บิลเดือนนี้สูงกว่าเดือนก่อน แต่ไม่มีคำอธิบายที่ชัดเจน
  • ข้อมูลในบิลไม่ตรงกับที่ทีมงานแจ้งก่อนหน้า

แม้ความผิดพลาดเหล่านี้จะเกิดจากระบบการจัดการภายใน แต่ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นคือ “ความไม่ไว้ใจ” ซึ่งสะสมไปเรื่อย ๆ โดยไม่รู้ตัว

ตลาดไม่มีระบบจัดการ

การจัดการด้วยมือ ทำให้ข้อมูลคลาดเคลื่อนโดยไม่รู้ตัว

ตลาดจำนวนมากยังใช้วิธีจัดการแบบแยกส่วน

  • ข้อมูลผู้ค้าอยู่กับคนหนึ่ง
  • บิลอยู่กับอีกคนหนึ่ง
  • ผังแผงอยู่ในแฟ้มเอกสาร

เมื่อข้อมูลไม่อยู่ในระบบเดียวกัน ความคลาดเคลื่อนจึงเกิดขึ้นได้ง่าย เช่น

  • อัปเดตข้อมูลไม่ทัน
  • ใช้ข้อมูลคนละเวอร์ชัน
  • ตรวจสอบย้อนหลังลำบาก

ปัญหาเหล่านี้ไม่ได้เกิดจากความตั้งใจ แต่เกิดจากการไม่มี ระบบจัดการตลาด ที่ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางของข้อมูลทั้งหมด

เมื่อไม่มีระบบ ความผิดพลาดมักถูกโยนให้ผู้ค้า

ในหลายสถานการณ์ เมื่อเกิดตัวเลขไม่ตรง หรือข้อมูลขัดแย้ง สิ่งที่มักเกิดขึ้นคือ
ผู้ค้าถูกมองว่า “จ่ายไม่ครบ” หรือ “จำผิด”

ทั้งที่ในความเป็นจริง ปัญหาอาจมาจาก

  • การบันทึกข้อมูลที่ไม่เป็นระบบ
  • การออกบิลจากข้อมูลที่ไม่อัปเดต
  • การเปลี่ยนเงื่อนไขที่ไม่ได้บันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร

เมื่อเหตุผลเหล่านี้ไม่สามารถพิสูจน์ได้จากข้อมูลกลาง ความขัดแย้งจึงเกิดขึ้นซ้ำ ๆ และบั่นทอนความสัมพันธ์ระหว่างตลาดกับผู้ค้าในระยะยาว

ระบบจัดการตลาด คือเครื่องมือสร้างความเป็นธรรม

การมี โปรแกรมจัดการตลาด ไม่ได้มีไว้เพื่อควบคุมผู้ค้า แต่มีไว้เพื่อสร้างความชัดเจนให้ทุกฝ่าย
ระบบที่ดีจะช่วยให้

  • ข้อมูลผู้ค้า แผง และเงื่อนไขอยู่ในระบบเดียว
  • บิลออกจากข้อมูลจริงที่ตรวจสอบได้
  • การเปลี่ยนแปลงทุกอย่างมีบันทึกย้อนหลัง
  • ทีมงานใช้ข้อมูลชุดเดียวกัน ลดความเข้าใจผิด

เมื่อข้อมูลชัด ความเป็นธรรมจะเกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ และความสัมพันธ์ระหว่างตลาดกับผู้ค้าจะเปลี่ยนจาก “การโต้แย้ง” เป็น “ความร่วมมือ”

ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ผู้ค้า แต่อยู่ที่การไม่มีระบบจัดการตลาด

หากตลาดยังต้องเจอกับปัญหาเดิมซ้ำ ๆ

  • ผู้ค้าบ่นเรื่องบิล
  • ทีมงานต้องคอยอธิบายซ้ำ
  • เจ้าของตลาดต้องลงมาเคลียร์เอง

อาจถึงเวลาต้องกลับมามองที่โครงสร้างการบริหาร มากกว่าพฤติกรรมของผู้ค้า
เพราะในหลายกรณี ผู้ค้าไม่ได้ต้องการข้อยกเว้น แต่ต้องการความชัดเจน

ตลาดที่มีระบบจัดการที่ดี จะสามารถรักษาผู้ค้าเดิม สร้างความเชื่อมั่น และเติบโตได้อย่างมั่นคงกว่าในระยะยาว
และนั่นคือเหตุผลว่าทำไม “การบริหารเป็นระบบ” จึงสำคัญไม่แพ้ทำเลหรือจำนวนแผงค้าเลยแม้แต่น้อย

Myket Pro ระบบจัดการตลาดนัด แบบดิจิทัล ที่เข้าใจเข้าของตลาด ทดลองวันนี้ ใช้ฟรี

Scroll to Top