การบริหารตลาดอย่างมีประสิทธิภาพกลายเป็นเรื่องที่จำเป็นมากกว่าเดิม ยิ่งในยุคที่ต้นทุนการผลิตหรือต้นทุนต่าง ๆ พุ่งสูงขึ้น
หากคุณเป็นเจ้าของธุรกิจตลาดนัด ตลาดสด หรือคอมมูนิตี้มอลล์ คงเคยสงสัยว่าการบริหารแบบเดิมกับการใช้ระบบจัดการตลาดสมัยใหม่ต่างกันอย่างไร และอันไหนจะช่วยประหยัดต้นทุนได้มากกว่ากัน
บทความนี้จะมาตอบคำถามให้ครบ เพื่อให้เจ้าของธุรกิจได้เข้าใจ และตระหนักถึงการใช้ระบบจัดการตลาดเข้ามาช่วยลดต้นทุนในการทำงาน
การบริหารตลาดแบบแมนนวล คืออะไร?
การบริหารตลาดแบบแมนนวลหมายถึงการจัดการทุกอย่างด้วยมือ ไม่ว่าจะเป็น:
- จดบันทึกรายได้ – รายจ่ายในสมุด
- เก็บค่าเช่าแผงด้วยกระดาษใบเสร็จ
- ติดตามผู้ค้าผ่านการเเดินตรวจตรา
- จัดการข้อมูลลูกค้าด้วยไฟล์ Excel หรือกระดาษ
วิธีนี้แม้จะวิธีที่คุ้นเคยและไม่ต้องลงทุนเพิ่ม แต่กลับมีข้อเสียที่ซ่อนอยู่มากมาย

ปัญหาของการบริหารแบบแมนนวลที่หลายคนมองข้าม
1. เก็บค่าเช่าไม่ครบ ทำให้สูญเสียรายได้
หลายตลาดพบว่าแผงค้าบางรายค้างชำระค่าเช่า แต่ไม่มีระบบแจ้งเตือนที่ชัดเจน ทำให้เสียรายได้ไปเฉลี่ยเดือนละ 5 – 15%
2. ใช้เวลามากกับงานเอกสาร
เจ้าของตลาดต้องใช้เวลา 3 – 5 ชั่วโมงต่อวันกับการจัดการเอกสาร แทนที่จะไปพัฒนาธุรกิจ คิดเป็นค่าเสียโอกาสเดือนละหมื่นบาท
3. ไม่สามารถวิเคราะห์ข้อมูลได้แม่นยำ
การคาดการณ์รายได้หรือวางแผนขยายธุรกิจทำได้ยาก เพราะข้อมูลกระจัดกระจาย
4. พนักงานทำงานผิดพลาดซ้ำ ๆ
การจัดการงานของพนักงานเกิดคามผิดพลาดบ่อย ๆ ทั้งออกใบแจ้งหนี้ซ้ำ ทำสัญาผิด หรือแม้กระทั่งการเก็บค่าเช่า อาจผิดพลาดหรืออาจเกิดการยักยอก โดยที่เจ้าของตลาดไม่รู้ตัว
ระบบบริหารตลาด ดีกว่าการบริหารตลาดแบบแมนนวลยังไง?
โปรแกรมตลาด หรือ ระบบบริหารตลาด เรียกได้ว่าออกแบบมาเพื่อธุรกิจนี้โดยเฉพาะ ซึ่งช่วยให้:
1. การติดตามค่าเช่า หรือสื่อสารกับผู้เช่าได้ง่ายขึ้น
- ด้วยระบบการแจ้งเตือนอัตโนมัติ
- แจ้งเตือนใบแจ้งหนี้ไปยังผู้ค้า
- แจ้งเตือนการแจ้งซ่อมหรือร้องเรียน
- แจ้งเตือนสถานะค้างชำระ
ให้เจ้าของหอพัก พนักงาน รวมถึงผู้ค้า รับแจ้งเตือนได้ทันที จบปัญหาเอกสารหาย หรือปัญหาการรับเรื่องล่าช้า
การมีระบบแจ้งเตือนช่วยลดอัตราการสูญเสียรายได้ การสูญเสียผ้เช่า หรือลดการขาดทุนลงถึง 90%
2. ระบบวิเคราะห์ข้อมูลตลาดให้เห็นภาพได้อย่างชัดเจน
- รายงานรายได้ – รายจ่ายแบบเรียลไทม์
- วิเคราะห์แผงที่ขายดี – ขายไม่ดี
- คาดการณ์กำไรประจำเดือน
- สามารถวางแผนพัฒนาตลาดได้อย่างชัดเจน
การมีระบบวิเคราะห์ช่วยให้การทำธุรกิจ หรือการตัดสินใจในการลงทุน หรือพัฒนาธุรกิจเพิ่มเติมมีความรวดเร็วและแม่นยำมากขึ้น
3. ช่วยให้การจัดการตลาดมีความเป็นระบบและตรวจสอบได้
- การจัดการตลาดมีความเป็นระบบมากขึ้น
- พนักงานทำงานได้ง่าย และรวดเร็วขึ้น
- ประหยัดเวลาในการทำงานได้มากขึ้น
- อีกทั้งยังสามารถตรวจตอบข้อมูลย้อนหลังได้ทันทีที่ต้องการ
การเปรียบเทียบต้นทุนที่แท้จริง
การบริหารแบบแมนนวล | ระบบบริหารตลาด |
เสียเวลา 3 – 5 ชั่วโมง/วัน | ประหยัดเวลา 70% |
สูญเสียรายได้ 5 – 15%/เดือน | ลดการสูญเสีย 90% |
ไม่มีข้อมูลวิเคราะห์ | รายงานครบถ้วนทันที |
ความผิดพลาดสูง | ลดข้อผิดพลาด 95% |

ในยุคต้นทุนสูง ระบบจัดการตลาด คือทางรอด
เมื่อค่าไฟฟ้า น้ำมัน อาหาร และค่าแรงงานปรับตัวสูงขึ้น การอุดรูรั่วในการบริหารจัดการกลายเป็นเรื่องสำคัญ ระบบบริหารตลาดไม่ใช่แค่เครื่องมือ แต่เป็นช่องทางที่ช่วยเพิ่มกำไรได้โดยไม่ต้องขึ้นค่าเช่า
เปรีบบเทียบให้เห็นภาพ ตลาดขนาดกลางที่มีแผง 100 ช่อง สามารถประหยัดต้นทุนและเพิ่มรายได้ได้เฉลี่ย 50,000 – 150,000 บาทต่อปี จากการใช้ระบบจัดการที่มีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ระบบยังออกแบบมาให้ใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน เจ้าของตลาดที่ไม่เชี่ยวชาญเทคโนโลยีสามารถเรียนรู้ได้
การบริหารตลาดแบบแมนนวลอาจดูประหยัด แต่ค่าเสียโอกาสและการสูญเสียรายได้ที่ซ่อนอยู่นั้นสูงกว่าการลงทุนในระบบจัดการมาก
สำหรับเจ้าของตลาดที่ต้องการ:
- ลดเวลาทำงานเอกสาร
- เพิ่มประสิทธิภาพการเก็บค่าเช่า
- มีข้อมูลวิเคราะห์ธุรกิจที่แม่นยำ
- เตรียมพร้อมขยายธุรกิจ
ระบบบริหารตลาด Myket Pro คือคำตอบที่จะช่วยให้ธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืน แม้ในยุคที่ต้นทุนสูงขึ้น
การลงทุนในเทคโนโลยีวันนี้ คือการสร้างความมั่นคงทางการเงินในอนาคต