fbpx

ก้าวใหม่ของการบริหารตลาด ด้วย Myket Pro ดูภาพรวมตลาดได้ครบ จัดการบิลง่าย

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ธุรกิจตลาดนัดและพื้นที่เช่าทั่วประเทศกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงสำคัญ จากเดิมที่การจัดการแผง การเก็บค่าเช่า หรือการทำบิลต่าง ๆ อาศัยสมุดบันทึกหรือโปรแกรมพื้นฐานอย่าง Excel เป็นหลัก วันนี้หลายตลาดเริ่มหันมาใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มความแม่นยำและความโปร่งใสในการทำงานมากขึ้น โดยเฉพาะการใช้ โปรแกรมจัดการพื้นที่เช่า ซึ่งกำลังเป็นปัจจัยใหม่ที่ช่วยยกระดับการบริหารตลาดให้ทันกับพฤติกรรมผู้ค้ารุ่นใหม่และการแข่งขันที่สูงขึ้น

การเติบโตของโมเดลตลาดแนวไลฟ์สไตล์ ตลาดกลางคืน และตลาดท่องเที่ยว ทำให้เจ้าของตลาดจำเป็นต้องมองหาเครื่องมือที่ช่วยให้เห็น “ภาพรวมตลาด” ได้ครบถ้วนและจัดการงานซ้ำซ้อนให้น้อยที่สุด ขณะเดียวกัน ผู้ค้าก็ต้องการพื้นที่ที่มีระบบชัดเจน และตรวจสอบข้อมูลเช่าได้สะดวก จุดนี้เองที่ทำให้เทคโนโลยีการบริหารพื้นที่เริ่มกลายเป็นมาตรฐานใหม่ในวงการตลาดนัดไทย

บริบทใหม่ของตลาดนัดไทย จากพื้นที่ค้าขายสู่ “ระบบบริหารจัดการข้อมูล”

เดิมทีตลาดถูกมองว่าเป็นพื้นที่เชิงกายภาพอย่างเดียว แต่ปัจจุบันตลาดถูกมองว่าเป็น “ศูนย์กลางบริการ” ที่ต้องมีทั้งข้อมูลการจองแผง ผู้ค้า รายงานรายได้ และความพร้อมของพื้นที่ในแต่ละวัน การเติบโตของตลาดจึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนแผงเท่านั้น แต่ขึ้นอยู่กับ “ประสิทธิภาพในการจัดการข้อมูล”

จากการสอบถามผู้บริหารตลาดหลายแห่ง พบว่า Pain Point ที่เจอบ่อยคือ

  • การจัดเก็บข้อมูลผู้ค้าไม่เป็นระบบ
  • เอกสารสูญหายหรือแก้ไขยาก
  • ตรวจสอบสถานะผู้เช่าไม่ได้แบบเรียลไทม์
  • การออกบิลใช้เวลานาน ทำให้ทีมงานต้องทำซ้ำ

ปัญหาเหล่านี้ทำให้เกิดความล่าช้าในการบริหารงาน และยังส่งผลต่อภาพลักษณ์ตลาดในสายตาผู้ค้า

เพื่อตอบโจทย์นี้ หลายตลาดเริ่มมองหาวิธีรวมข้อมูลไว้ในระบบเดียว นำไปสู่ความนิยมของ โปรแกรมจัดการพื้นที่เช่าซึ่งถูกพัฒนาให้ช่วยจัดการโครงสร้างแผง จัดเก็บข้อมูล และสรุปภาพรวมทั้งหมดในรูปแบบที่ตรวจสอบได้ง่ายกว่าเดิม

เทรนด์ใหม่ ตลาดต้อง “เห็นตัวเลขทันที” ไม่ใช่รอรายงานปลายเดือน

หนึ่งในแนวทางการบริหารตลาดที่เริ่มเห็นชัดขึ้นคือ การให้ความสำคัญกับ “ข้อมูลเชิงวิเคราะห์” มากขึ้นกว่าเดิม เจ้าของตลาดต้องรู้ว่าแผงไหนเป็นโซนทำเงิน ผู้ค้ากลุ่มไหนชำระค่าเช่าตรงเวลา หรือมีจำนวนแผงว่างเฉลี่ยเท่าไหร่ต่อเดือน

หากระบบบริหารยังเป็นแบบกระดาษหรือไฟล์หลายชุด การวิเคราะห์ข้อมูลจะทำได้ยากมาก การใช้ โปรแกรมจัดการพื้นที่เช่า จึงถูกมองว่าเป็นโครงสร้างพื้นฐานใหม่ของผู้บริหารตลาดยุคดิจิทัล เพราะทำให้เห็นตัวเลขได้ทันที เช่น

  • รายได้รายวัน–รายเดือน
  • การหมุนเวียนของผู้ค้า
  • จำนวนแผงว่าง
  • โซนที่ผู้ค้าต้องการมากที่สุด

ข้อมูลเหล่านี้ถูกใช้สำหรับวางแผนปรับผัง เพิ่มโซนใหม่ หรือออกโปรโมชั่นให้ผู้ค้าได้ตรงจุดมากขึ้น

ตลาดสู่ยุค “โปร่งใส ตรวจสอบได้ และลดภาระทีมงาน”

ในมุมผู้ค้าที่ทำธุรกิจจริง สิ่งที่ต้องการคือกระบวนการที่ชัดเจน เช่น ขั้นตอนจองแผง การแจ้งบิล หรือการตรวจสอบสถานะค่าเช่า เมื่อข้อมูลเหล่านี้ถูกจัดเก็บในระบบเดียว ผู้ค้าสามารถเช็กได้ง่าย ลดข้อโต้แย้งเรื่องค่าใช้จ่ายหรือสัญญา

ในมุมทีมงานตลาดเอง ภาระการทำงานซ้ำก็ลดลงอย่างเห็นได้ชัด เช่น

  • ไม่ต้องเขียนบิลซ้ำ
  • ไม่ต้องค้นเอกสารย้อนหลังหลายเล่ม
  • ไม่ต้องส่งไฟล์ไป–มาในกลุ่มไลน์

ระบบที่ดีจะช่วยให้ทีมงานใช้เวลาไปกับงานสำคัญ เช่น บริการลูกค้า บริหารพื้นที่ และดูแลความเรียบร้อยของตลาดได้มากขึ้น

การพัฒนา “ข้อมูลตลาด” กำลังกลายเป็นปัจจัยแข่งขันใหม่

ในช่วง 1–2 ปีที่ผ่านมา ตลาดที่เติบโตเร็วที่สุดมักเป็นตลาดที่มี “ระบบหลังบ้านที่ดี” ตัวเลขแสดงให้เห็นว่า เมื่อเจ้าของตลาดสามารถติดตามข้อมูลได้แบบเรียลไทม์ จะสามารถ

  • ลดแผงว่างเฉลี่ยต่อเดือน
  • วางแผนกิจกรรมดึงคนเดินตลาดได้ดีขึ้น
  • สร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ค้า
  • ควบคุมรายได้–ค่าใช้จ่ายได้ชัดเจน

ทำให้หลายตลาดเริ่มวางแผนยกระดับการบริหารด้วยเทคโนโลยีมากขึ้น

หนึ่งในเทคโนโลยีที่ถูกพูดถึงมากขึ้นคือกลุ่มระบบที่ช่วยจัดการแผง จัดการบิล และรายงาน เช่น Myket Pro ซึ่งเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มที่นิยมในตลาดขนาดกลาง–ใหญ่ เนื่องจากรองรับผังตลาดหลายโซน มีรายงานสรุปครบ และใช้งานได้ทั้งบนคอมพิวเตอร์และมือถือ

มุมมองอนาคต ตลาดที่เติบโตเร็วจะเป็นตลาดที่ “วัดผลได้ทุกวัน”

ผู้เชี่ยวชาญด้านธุรกิจพื้นที่เช่ามองว่า ปี 2568–2569 จะเป็นช่วงที่ตลาดนัดปรับตัวครั้งใหญ่ เจ้าของตลาดที่ยังไม่ใช้ระบบใด ๆ จะเริ่มพบปัญหาเรื่องการควบคุมรายได้ คอลเซ็นเตอร์ล้นงาน หรือทีมงานต้องเขียนบิลจำนวนมาก

ตลาดที่เริ่มใช้ โปรแกรมจัดการพื้นที่เช่า จะมีข้อได้เปรียบคือ

  1. การตัดสินใจเร็วจากข้อมูลจริง
  2. การจัดการพื้นที่ที่แม่นยำ
  3. ความโปร่งใสที่ผู้ค้ารุ่นใหม่ให้ความสำคัญ
  4. โอกาสขยายพื้นที่หรือเปิดสาขาใหม่ง่ายกว่า

ทั้งหมดนี้นำไปสู่การแข่งขันที่สูงขึ้น และทำให้ “ระบบบริหารตลาด” กลายเป็นมาตรฐานใหม่เหมือนกับที่ธุรกิจอื่น ๆ ใช้ระบบ ERP หรือระบบบัญชี

ก้าวใหม่ของตลาดไม่ได้อยู่ที่จำนวนแผง แต่อยู่ที่ “โครงสร้างข้อมูล”

การบริหารตลาดยุคใหม่กำลังก้าวออกจากวิธีเดิมที่อาศัยสมุดและ Excel ไปสู่โมเดลที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลมากขึ้น ตลาดที่ต้องการเติบโตหรือรองรับผู้ค้าจำนวนมากขึ้น จำเป็นต้องมีระบบที่ช่วยเก็บข้อมูลและสรุปภาพรวมได้ชัดเจน ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้การใช้ โปรแกรมจัดการพื้นที่เช่า เป็นหัวข้อที่ถูกพูดถึงอย่างต่อเนื่องในกลุ่มผู้ประกอบการตลาด

อนาคตของตลาดไทยจึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับแค่ทำเลหรือจำนวนผู้ค้าอีกต่อไป แต่ขึ้นอยู่กับว่า “ตลาดนั้นจัดการข้อมูลได้ดีแค่ไหน” และจะใช้ข้อมูลนั้นสร้างการเติบโตได้อย่างไรในยุคที่การแข่งขันสูงกว่าที่เคยเป็นมา

Scroll to Top