fbpx

เจ้าของตลาดต้องรู้ ตัวเลขไหนบ้างที่บอก “สุขภาพตลาด” ผ่านระบบแบบง่ายที่สุด

สำหรับเจ้าของธุรกิจตลาดนัดหรือตลาดเปิดท้ายที่มีการจัดแผงค้า เก็บค่าเช่า เชื่อว่าหลายคนไม่รู้ “สุขภาพตลาด” ของตัวเอง ทำให้ไม่มีระบบจัดการตลาดนัดที่ดีและอาจส่งผลให้ผู้เช่าลดน้อยลง การที่รู้ตัวเลขที่ชัดเจนว่าตลาดกำลังไปในทิศทางที่ดีหรือแย่ลง จะช่วยให้การตัดสินใจของเจ้าของตลาดง่ายขึ้น 

ในบทความนี้จะพาไปดูกันว่าตัวเลขไหนบ้างบนระบบจัดการตลาดนัด ที่สามารถบอกสุขภาพตลาดได้ดีที่สุด เพื่อให้เจ้าตลาดตัดสินใจได้ง่ายและแม่นยำมากที่สุด

ทำไมเจ้าของตลาดต้องรู้ “สุขภาพตลาด”

การเข้าใจสุขภาพตลาดจากระบบจัดการตลาดนัดจะช่วยให้เจ้าของตลาดรู้ว่าภาพรวมของตลาดเป็นอย่างไร เพื่อวางแผนกลยุทธ์ทางธุรกิจได้อย่างถูกต้อง ซึ่งนอกจากจะรู้ว่าพฤติกรรมลูกค้าส่วนใหญ่เป็นอย่างไร ยังช่วยให้รู้ด้วยว่าแนวโน้มตลาด ความเสี่ยง ข้อผิดพลาดและโอกาสในการเปิดแผงเพื่อหาผู้เช่ารายใหม่ได้ง่ายยิ่งขึ้น ดังนั้นการจดบันทึก2ตัวเลขที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน เดือน และปี จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้รู้ภาพรวมของสุขภาพตลาดได้ 

ตัวเลขแบบไหนบ้างที่ช่วยให้รู้สุขภาพตลาด

เพื่อให้รู้ว่าตัวเลขจากไหนบ้างที่ช่วยให้รู้ว่าสุขภาพตลาดเป็นอย่างไร มีปัญหาในการบริหารตลาดอะไรบ้าง สามารถใช้ระบบจัดการตลาดนัดหรือการจดบันทึกที่เป็นระบบได้ โดยเฉพาะตัวเลขต่อไปนี้ 

1. อัตราเช่า 

หนึ่งในตัวชี้วัดหลักที่บอกว่าสุขภาพของตลาดดีหรือไม่ คือ “อัตราการเช่าแผง” ว่ามีแผงที่ถูกเช่าจำนวนกี่เปอร์เซ็นต์จากทั้งหมด โดยความสำคัญของอัตราเช่าที่มีส่วนบอกสุขภาพตลาดมีดังนี้ 

  • บอกได้ว่าตลาดมีความต้องการเช่าสูงหรือไม่
  • ใช้ประเมินรายได้ที่ตลาดควรได้รับ
  • ใช้เป็นสัญญาณเตือนเมื่อมีแผงว่างเยอะผิดปกติ
  • ช่วยให้วางแผนโปรโมชั่นกระตุ้นผู้เช่าใหม่ได้ตรงจุด

2. รายได้ต่อวันและสัปดาห์

รายได้จากค่าเช่าแผงแบบรายวันหรือสัปดาห์คืออีกหนึ่งตัวเลขสำคัญที่บอกถึงการเติบโตหรือการชะลอตัวของตลาด การมีระบบจัดการตลาดนัดที่ดีจะช่วยให้ตรวจสอบได้ทันทีว่า 

  • วันนี้ตลาดทำรายได้เท่าไหร่?
  • สัปดาห์นี้ดีขึ้นหรือแย่ลงจากสัปดาห์ก่อน?
  • รายได้จากโซน A กับโซน B ต่างกันเท่าไหร่?
  • มีผู้ค้าไม่จ่ายค่าเช่ากี่ราย และส่งผลต่อรายได้โดยรวมขนาดไหน?

3. จำนวนผู้ค้าเข้าใหม่และออก

จำนวนผู้ค้าที่เข้ามาใหม่เพิ่มขึ้นหรือผู้ค้าที่ออกจากตลาดมากขึ้น ตัวเลขส่วนนี้บอกได้ทันทีว่าตลาดกำลัง “เติบโต” หรือ “น่าเป็นห่วง” หากมีระบบจัดการตลาดนัดที่ดี จะช่วยวัดผลจากตัวเลขเหล่านี้ได้หลายด้าน ดังนี้

  • ถ้าผู้ค้าออกเยอะ อาจมีปัญหาเรื่องคนเดินตลาดลดลง รายได้ไม่ดี หรือค่าเช่าสูงเกินไป
  • ถ้าผู้ค้าใหม่เข้ามามาก ตลาดมีความต้องการสูง เป็นสัญญาณว่าตลาดกำลังเป็นที่ต้องการและมีโอกาสขยายแผงเพิ่มขึ้นได้
  • ใช้เป็นข้อมูลวางแผนการตลาดหาผู้ค้าใหม่

4. โซนไหนขายดีและขายไม่ดี

เจ้าของตลาดต้องวิเคราะห์ภาพรวมของโครงการอย่างเหมาะสม เพราะไม่ใช่ทุกโซนในตลาดจะทำรายได้เท่ากันเสมอไป บางโซนอาจขายดีมากผู้เช่าอยู่เต็มตลอด ขณะที่บางโซนอาจเงียบจนผู้เช่ายกเลิกสัญญาอยู่เป็นประจำ โดยตัวเลขที่ควรติดตามในแต่ละโซน เช่น 

  • อัตราเช่าเฉพาะโซน
  • รายได้ต่อโซน
  • จำนวนผู้ค้าใหม่ในโซนนั้น
  • จำนวนผู้ค้าที่ออกจากโซนนั้น

ตัวเลขที่ได้จากระบบจัดการตลาดนัดจะสามารถนำมาวิเคราะห์ต่อได้ เช่น ถ้าโซน A ขายดี อาจสามารถปรับราคาเช่าเพิ่มได้ ส่วนโซน C คนออกบ่อย ต้องหาสาเหตุ เช่น แสงไม่พอ คนเดินน้อยหรือสภาพแผงไม่เหมาะสม และนำข้อมูลที่ได้มาใช้ข้อมูลวางผังตลาดใหม่ได้อย่างคุ้มค่าที่สุด

เปลี่ยนความยุ่งยากในการบันทึกตัวเลข ด้วยระบบจัดการตลาดนัดที่มีประสิทธิภาพ

แม้ว่าตัวเลขเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ในการจัดการแผงค้า แต่หากต้องคอยจดบันทึกในกระดาษ สมุด หรือ Excel อยู่ทุกวัน ก็มีความเสี่ยงที่ข้อมูลจะตกหล่น คลาดเคลื่อน หรือสูญหายได้ ทำให้ไม่สามารถนำตัวเลขจริง ๆ มาใช้ในการวิเคราะห์และวางแผนจัดการแผงการค้าได้อย่างแม่นยำ “ระบบจัดการตลาดนัด” ที่ทันสมัยจึงเป็นตัวช่วยสำคัญที่จะช่วยให้เจ้าของตลาดจัดการกับข้อมูลตัวเลขได้ง่ายขึ้น 

Myket Pro ระบบจัดการตลาดนัดอัจฉริยะ ลดความยุ่งยากในการบริหารจัดการตัวเลข 

ระบบจัดการตลาดนัด Myket Pro ออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาในเรื่องการบันทึกตัวเลขแบบครบวงจร ช่วยลดงานซ้ำซ้อน ลดงานคำนวณ ลดความผิดพลาด แต่เพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการตลาดได้แม่นยำยิ่งขึ้น 

ฟีเจอร์เด่นของ Myket Pro

  • คำนวณอัตราเช่าแบบเรียลไทม์
  • สร้างรายงานรายได้อัตโนมัติ
  • รวมยอดค่าเช่าในแต่ละวัน/สัปดาห์/เดือน
  • แจ้งเตือนผู้ค้าที่ค้างชำระ
  • เก็บประวัติการเข้า-ออกของผู้ค้า
  • แสดงรายงานแผงว่างโดยไม่ต้องไล่นับเอง
  • วิเคราะห์ศักยภาพของผู้เช่าด้วยระบบ AI 
  • ไม่ต้องทำบิลเองให้ยุ่งยาก ประหยัดเวลา และลดข้อผิดพลาดได้ทันที

ระบบจัดการตลาดนัด Myket Pro จะช่วยให้เจ้าของตลาดมีเวลาไปวางแผนการตลาด ดูแลผู้ค้า ทำกิจกรรมดึงคนเดินตลาด แทนที่จะต้องใช้เวลาไปกับงานคำนวณและงานเอกสารที่สำคัญ

Scroll to Top