เทคนิคใช้ Data Zoning ลดการตัดราคาสินค้าซ้ำ และเพิ่มกำไรให้ทุกล็อก
ในหลายตลาดนัด ปัญหาที่เจ้าของตลาดต้องเจอซ้ำแล้วซ้ำเล่าไม่ใช่เรื่องคนเดินน้อยหรือแผงว่าง แต่คือ “ความขัดแย้งระหว่างผู้ค้า” ตั้งแต่การตั้งแผงชนกัน การขายสินค้าประเภทเดียวกันติดกัน ไปจนถึงการตัดราคากันเองจนบรรยากาศในตลาดตึงเครียดโดยไม่รู้ตัว
ปัญหาเหล่านี้มักไม่ได้เกิดจากตัวผู้ค้าโดยตรง แต่เกิดจากการจัดผังตลาดที่อิงจากความเคยชิน มากกว่าการวิเคราะห์ข้อมูลจริง บทความนี้จะพาไปดูว่า การใช้แนวคิด Data Zoning ร่วมกับ ระบบจัดการตลาดนัด สามารถช่วยลดปัญหาความขัดแย้ง เพิ่มกำไร และทำให้ตลาดเติบโตอย่างยั่งยืนได้อย่างไร
เมื่อร้านค้าประเภทเดียวกันอยู่ใกล้กันเกินไป ปัญหาที่ตามมาคือ “ตัดราคา”
หนึ่งในภาพที่พบได้บ่อยในตลาดนัด คือร้านขายของประเภทเดียวกันตั้งเรียงติดกัน เช่น ร้านเสื้อผ้า ร้านอาหารทอด หรือร้านเครื่องดื่ม เมื่อจำนวนร้านเพิ่มขึ้นในพื้นที่เดียวกัน สิ่งที่ตามมาคือการแข่งขันด้านราคาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ผู้ค้าบางรายเริ่มลดราคาเพื่อดึงลูกค้า
บางรายรู้สึกเสียเปรียบเพราะทำเลไม่ดีเท่าร้านข้าง ๆ
สุดท้ายกลายเป็นความไม่พอใจ และบานปลายเป็นความขัดแย้ง
ในมุมของเจ้าของตลาด แม้แผงจะเต็ม แต่รายได้รวมของตลาดกลับไม่เพิ่มตาม เพราะกำลังซื้อถูกเฉลี่ย และบรรยากาศการค้าขายเริ่มเสียหาย

ความขัดแย้งของผู้เช่า ส่งผลต่อบรรยากาศตลาดมากกว่าที่คิด
เมื่อผู้ค้าเริ่มมีปัญหากันเอง ผลกระทบไม่ได้จบแค่สองร้าน แต่ลามไปทั้งตลาด เช่น
- ลูกค้ารับรู้ถึงบรรยากาศที่ไม่เป็นมิตร
- ผู้ค้าเริ่มร้องเรียน หรือขอย้ายแผง
- ทีมงานตลาดต้องเสียเวลาจัดการปัญหาเฉพาะหน้า
ระยะยาว ความขัดแย้งเหล่านี้ทำให้ตลาดเสียความน่าเชื่อถือ และเพิ่มอัตราการย้ายออกของผู้ค้าโดยไม่จำเป็น
การจัดผังจากความเคยชิน ทำให้ Tenant Mix ไม่สมดุล
ตลาดจำนวนมากยังคงจัดผังด้วยวิธีเดิม ๆ เช่น
- ใครมาก่อนได้เลือกก่อน
- โซนนี้เคยขายแบบนี้มาก็เลยคงไว้
- แผงว่างตรงไหนก็ให้เช่าตรงนั้น
วิธีนี้อาจสะดวกในระยะสั้น แต่ในระยะยาวกลับทำให้ Tenant Mix หรือสัดส่วนร้านค้าในตลาดไม่สมดุล บางโซนมีร้านประเภทเดียวกันหนาแน่นเกินไป ขณะที่บางโซนกลับไม่มีสินค้าที่ดึงลูกค้าเลย
Data Zoning คืออะไร และช่วยแก้ปัญหาได้อย่างไร
Data Zoning คือการจัดผังตลาดโดยอิงจากข้อมูลจริง ไม่ใช่ความรู้สึก เช่น
- ประเภทร้านค้าในแต่ละโซน
- ความหนาแน่นของร้านซ้ำประเภทเดียวกัน
- พฤติกรรมลูกค้าและการเดินตลาด
- รายได้ต่อโซนหรือประเภทแผง
แนวคิดนี้ช่วยให้เจ้าของตลาดสามารถ “กระจาย” ร้านค้าประเภทเดียวกันออกจากกันอย่างเหมาะสม ลดการแย่งลูกค้า และเปิดโอกาสให้ทุกแผงทำรายได้ได้ใกล้เคียงกันมากขึ้น

ระบบจัดการตลาดนัด ช่วยทำ Data Zoning ได้จริง ไม่ใช่แค่แนวคิด
การทำ Data Zoning ให้เกิดขึ้นจริง จำเป็นต้องมีข้อมูลที่เป็นระบบ ซึ่งนี่คือบทบาทสำคัญของ ระบบจัดการตลาดนัด
ระบบที่ดีจะช่วยให้เจ้าของตลาด
- เห็นผังตลาดและสถานะแผงแบบเรียลไทม์
- แยกประเภทร้านค้าในแต่ละโซนได้ชัดเจน
- วิเคราะห์สัดส่วนร้านซ้ำในพื้นที่เดียวกัน
- ใช้ข้อมูลประกอบการตัดสินใจปรับผังในอนาคต
แทนที่จะจัดผังจากความเคยชิน ตลาดสามารถใช้ข้อมูลเป็นตัวตั้ง ทำให้การจัดโซนมีเหตุผล โปร่งใส และอธิบายกับผู้ค้าได้ง่ายขึ้น
ผลลัพธ์ที่ได้: ลดปัญหา เพิ่มกำไร และบริหารตลาดง่ายขึ้น
เมื่อผังตลาดถูกจัดอย่างเป็นระบบ
- การตัดราคาสินค้าซ้ำลดลง
- ผู้ค้าแข่งขันด้วยคุณภาพมากกว่าราคา
- บรรยากาศตลาดดีขึ้น
- รายได้เฉลี่ยต่อแผงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น
ที่สำคัญคือ เจ้าของตลาดสามารถบริหารเชิงรุก ไม่ต้องคอยแก้ปัญหาความขัดแย้งหน้างานตลอดเวลา
ผังตลาดที่ดี ไม่ใช่แค่เรื่องตำแหน่ง แต่คือกลยุทธ์ระยะยาว
การจัดผังตลาดไม่ใช่แค่การวางแผงให้เต็มพื้นที่ แต่คือการออกแบบโครงสร้างรายได้และความสัมพันธ์ของผู้ค้าในตลาด
การใช้ Data Zoning ร่วมกับ ระบบจัดการตลาดนัด ช่วยให้เจ้าของตลาดมองเห็นภาพรวม ใช้ข้อมูลตัดสินใจ และลดปัญหาความขัดแย้งได้ตั้งแต่ต้นทาง
ในยุคที่การแข่งขันสูงขึ้น ตลาดที่จัดผังจาก “ข้อมูล” จะได้เปรียบกว่าตลาดที่ยังจัดผังจาก “ความเคยชิน” อย่างชัดเจน
Myket Pro ระบบจัดการตลาดนัด แบบดิจิทัล ที่เข้าใจเข้าของตลาด ทดลองวันนี้ ใช้ฟรี
