ในยุคปัจจุบัน ถุงพลาสติกกลายเป็นสิ่งของที่เราคุ้นเคยและใช้กันจนเคยชิน แต่รู้หรือไม่ว่า ถุงพลาสติกเหล่านี้สร้างผลกระทบร้ายแรงต่อโลกของเรามากมายและนี่คือเหตุผลว่าทำไมถุงพลาสติกในตลาดถึงควรหมดไป

ถุงพลาสติกใช้เวลาการย่อยสลายนานถึง 450 ปี หากนำไปเผาก็ทำให้เกิดสารประกอบไฮโดรคาร์บอน ซึ่งเป็นต้นเหตุในการเกิดภาวะโลกร้อน อย่างในปีนี้ที่ประเทศไทยของเราอยู่อันดับที่ 10 ของโลกในการปล่อยขยะพลาสติกลงสู่มหาสมุทร ดังนั้นเราควรมีการตระหนักและรณรงค์ให้ใช้ถุงผ้าแทนถุงพลาสติกกันมากขึ้น

ตลาดไม่ใช่พลาสติก เปลี่ยนมาใช้ถุงผ้าแทน

แล้วทำไมเราถึงควรลดการใช้ถุงพลาสติกแล้วหันมาใช้ถุงผ้าแทนละ? 

เหตุผลที่ควร ลด ละ เลิก การใช้ถุงพลาสติก

สาเหตุที่ควรลด ละ เลิก การใช้ถุงพลาสติกหลัก ๆ เลยนั่นเพราะถุงพลาสติกเป็นสิ่งที่ใช้เวลาในการย่อยสลายที่ยาวนานถึง 450 ปีเลยทีเดียว อีกทั้งยังเป็นสิ่งที่ก่อให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมตามมาอีกด้วย หากเราตระหนักได้ถึงการใช้ถุงพลาสติกแล้วเป็นเหตุให้เกิดภาวะโลกร้อนเพิ่มมากขึ้น เช่นนั้นเราควรลด ละ เลิก การใช้ถุงพลาสติกเสียและนี่คือ 7 เหตุผลว่าทำไมที่ควรลด ละ เลิก การใช้ถุงพลาสติก

1. ถุงพลาสติกบาง / ใช้แล้วทิ้ง มูลค่าต่ำจนแทบไม่มีการรีไซเคิล กำจัดยากมาก ถึงจะทิ้งลงถัง สุดท้ายก็กลายเป็นภูเขาขยะ ลมพัด/น้ำท่วมพาลงมาในแม่น้ำลำคลอง ท้ายสุดก็ลงทะเล

2. ถุงจะตกค้างอยู่ในธรรมชาตินานหลายสิบปีหรือกว่านั้น

3. ถุงส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ เช่น ครอบปะการัง ทับถมบนพื้นท้องทะเล ทำลายความอุดมสมบูรณ์

4. ถุงทำให้สัตว์หายากป่วย/ตาย ทั้งที่กินเข้าไป ติดตามตัวสัตว์ภายนอก รวมถึงกลายเป็นแพขยะทำให้สัตว์เข้ามาหากินแล้วติดเศษอวน

5. ถุงแตกตัวเป็นไมโครพลาสติก เข้ามาในห่วงโซ่อาหาร ส่งผลกระทบต่อสุขภาพมนุษย์

6. ถุงกลายเป็นขยะทะเล ส่งผลต่อการท่องเที่ยว การประมง การขนส่งเดินเรือ ฯลฯ สร้างความเสียหายด้านเศรษฐกิจ ภาพลักษณ์ ฯลฯ

7. ถุงอุดตันท่อระบายน้ำ คลอง ฯลฯ ทำให้เกิดปัญหาน้ำท่วม

แล้วการที่เปลี่ยนมาใช้ถุงผ้า ดีกว่าการใช้ถุงพลาสติกยังไง?

ก่อนที่เราจะใช้ถุงผ้าเพื่อลดโลกร้อน เรามาทำความรู้จักกันก่อนว่าจุดเริ่มต้นกำเนิดถุงพลาสติกนั้นเกิดขึ้นในปี 1965 ถูกคิดค้นขึ้นโดย สเตียน กุสตาฟ ธูลิน นักวิศวกรชาวสวีเดนผู้พัฒนาถุงพลาสติกคนแรก โดยปริมาณขยะพลาสติกในประเทศไทย 80% นั้นเป็นถุงพลาสติก (5,300 ตัน / วัน) คนกรุงเทพฯ ใช้ถุงพลาสติกเฉลี่ย 8 ใบ / คน และในทุกปีผู้คนจับจ่ายซื้อของทั่วโลกใช้ถุงพลาสติก 10,000 ล้านใบต่อปี ซึ่งจะต้อง ใช้เวลา ย่อยสลาย นานกว่า 1,000 ปี ถุงพลาสติกมีข้อเสียทำให้เกิดภาวะโลกร้อน ต้องใช้เวลาย่อยสลายถึง 450 ปี ยิ่งมีการใช้ถุงพลาสติกมากเท่าไหร่ ปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ถูกปล่อยสู่ชั้นบรรยากาศโลก จากการเผาไหม้ในกิจกรรมการผลิต และเผาทำลายถุงพลาสติกก็จะยิ่งสูงมากขึ้น ตามมาด้วยปัญหามากมายจากมลพิษ ซึ่งการใช้ถุงผ้าจะช่วยลดการปนเปื้อนของสารก่อมะเร็ง และหากทุกคนหันมาใช้ถุงผ้าเพียงสัปดาห์ละ 1 วัน จะช่วยลดการใช้ถุงพลาสติกได้มากกว่า 100 ล้านถุง/ปี อีกด้วย

ข้อดี/ข้อเสียของถุงผ้าคืออะไร  

ข้อดีของการใช้ถุงผ้า

• ซักทำความสะอาดได้ง่าย 

• นุ่มสบายมือน่าใช้ และไม่ก่อให้เกิดการกดทับอย่างรุนแรงต่อฝ่ามือเท่าถุงพลาสติก 

• ใช้ง่ายขาดยาก ตกแต่งได้ตามสไตล์ที่ชอบ 

• ย่อยสลายได้ไม่ตกค้างจนเป็นปัญหาในสิ่งแวดล้อม 

• ทนทานและใช้ซ้ำได้มากครั้งกว่าถุงพลาสติก

• ช่วยลดปริมาณมูลฝอย ไม่ทำให้เกิดก๊าซเรือนกระจก 

• ช่วยลดปัญหาโลกร้อน

• บ่งบอกภาวะรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมของผู้ใช้  

• ใช้ถุงผ้าไปได้ทุกที่ ใส่ได้หลายอย่าง 

• ใช้เป็นสื่อรณรงค์เสริมสร้างความเข้าใจและความตระหนักในสิ่งแวดล้อมได้อย่างกว้างขวาง 

• ถุงผ้าดิบจะช่วยลดการเกิดและการปนเปื้อนของสารประกอบไดอ๊อกซินที่เป็นสารก่อมะเร็ง 

• ส่งเสริมการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

วิธีใช้ถุงผ้าอย่างปลอดภัยต่อร่างกาย

  • ซักถุงผ้าทุกครั้งหลังการใช้งาน ถ้าหากซักถุงผ้าในน้ำร้อนได้จะยิ่งช่วยกำจัดเชื้อโรคได้มากขึ้น 
  • ควรแยกถุงผ้าระหว่างถุงที่ใส่เนื้อสัตว์ ไข่ไก่ ออกจากถุงที่ใส่ ผัก ผลไม้สด ถุงอีกใบสำหรับใส่อาหารพร้อมทาน หรืออาหารที่ปรุงสุกแล้ว และแยกอีกถุงสำหรับข้าวของเครื่องใช้อื่น ๆ
  • มองหาถุงพลาสติกมาสวมทับอาหารสดแต่ละชิ้นก่อนใส่ลงไปในถุงผ้า เช่น ถุงพลาสติกบาง ๆ ที่เอาไว้ใส่ผลไม้ก่อนชั่งน้ำหนัก แปะป้ายราคา แต่วิธีนี้เป็นการใช้ถุงพลาสติกเพิ่มอยู่ดี แม้จะช่วยให้สุขภาพของเราปลอดภัยมากยิ่งขึ้นก็ตาม
  • ไม่ใช้ถุงผ้าที่เคยใช้ใส่ของแล้วไปใส่อาหาร หรือนำถุงผ้าที่เคยใช้ใส่อาหารมาใส่ของอื่น ๆ โดยยังไม่ซักถุงผ้า

(ที่มา อันตรายจาก “ถุงผ้า” รักษ์โลก แต่อาจไม่รักษ์สุขภาพ )

ตัวอย่างตลาดที่ใช้บรรจุภัณฑ์จากธรรมชาติในการซื้อขาย

ตลาดโอ๊ะป่อย อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี “ร้านค้าทุกร้านจะใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นธรรมชาติและสามารถย่อยสลายได้” โดยวลีนี้ ดร.ปิรันธ์ ชิณโชติ นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวสวนผึ้ง จ.ราชบุรี ในฐานะหัวเรี่ยวหัวแรงผู้ก่อตั้งตลาดแห่งนี้ร่วมกับชุมชน วัด และโรงเรียน อธิบายถึงแนวคิดของตลาดออกมา โดยตลาดโอ๊ะป่อยกำหนดให้ร้านค้าต้องมาจากคนในชุมชนของ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี ร้อยละ 90 โดยเฉพาะหมู่บ้านท่ามะขามที่เป็นที่ตั้งตลาดและหมู่บ้านห้วยแห้งที่อยู่ติดตลาดได้ลงทะเบียนก่อน เพื่อจัดสรรว่าใครจะขายสินค้าประเภทอะไรเท่าไหร่ กิจกรรมเท่าไหร่ DIY เท่าไหร่ ส่วนร้านที่เหลือจะดึงผู้ประกอบการที่เป็นสมาชิกของสมาคมฯ มาเปิดร้านเพื่อสร้างสีสันและให้ตรงกับจริตของนักท่องเที่ยว ไฮไลต์ของตลาดริมน้ำแห่งนี้คือ ทุกร้านค้าที่เข้ามาขายของจะแขวนป้าย “รับฝากขยะ” ไว้หน้าร้าน เพราะทางตลาดไม่มีนโยบายวางถังขยะไว้บริการ ทำให้นักท่องเที่ยวเรียนรู้ไปในตัวและไม่ทิ้งขยะเรี่ยราด อีกทั้ง ดร.ปิรันธ์ ตั้งเป้าว่าตลาดโอ๊ะป่อย ต.ตะนาวศรี อ.สวนผึ้ง จะเป็นตลาด Zero Waste หรือตลาดขยะเหลือศูนย์ เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นตลาดแห่งแรกของประเทศไทยที่มีจิตสำนึกรับผิดชอบต่อพื้นที่ ปราศจากขยะ และรักษาสิ่งแวดล้อม

(ที่มา ‘โอ๊ะป่อย’ ตลาดนัดสีเขียวแหล่งท่องเที่ยวสวนผึ้ง – iGreen)

ความจริงเรื่องการใช้ถุงพลาสติกในประเทศไทย

การใช้ถุงพลาสติกในประเทศไทยของเราในทางปฎิบัติแล้ว เราอาจจะยังไม่สามารถให้หมดไปได้ทั้งหมด แต่เราสามารถเริ่มต้นได้ด้วยการใช้ทรัพยากรที่เรามีอย่างคุ้มค่า เช่น การใช้ถุงพลาสติกซ้ำ และสลับมาใช้ถุงผ้าให้มากขึ้นซึ่งการที่มีการรณรงค์ให้หันมาใช้ถุงผ้ามากขึ้น

ที่มา : https://gracz.co.th/blog/post/%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%99%
Plastic Pollution – Our World in Data 
ถุงพลาสติก ถุงกระดาษ ถุงผ้า ถุงไหนทำลายโลกน้อยที่สุด? – AdvanceBIO 
กรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

https://www.sanook.com/health/13301/